ชายแดนไทย–กัมพูชาส่อเดือด จับตาความเสี่ยงปะทะ “รอบ 3” หลังเหตุระเบิดและข้อกล่าวหาโต้กัน

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาอยู่ในภาวะที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง หลังทั้งสองฝ่ายออกแถลงการณ์ตอบโต้กันเกี่ยวกับเหตุระเบิดในพื้นที่ชายแดนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์จากทั้งสองประเทศยังไม่ตรงกัน
ฝ่ายกัมพูชาเปิดเผยว่า เหตุเกิดระหว่างที่กำลังทหารลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่สวนมะม่วงหิมพานต์ จังหวัดอุดรมีชัย พร้อมดำเนินการตรวจสอบสาเหตุ ส่วนฝ่ายไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าทหารไทยเป็นผู้ขว้างระเบิดเข้าไปในพื้นที่กัมพูชา โดยระบุว่าจากการตรวจสอบของหน่วยทหารในพื้นที่ จุดระเบิดอยู่ในเขตที่ฝ่ายกัมพูชาควบคุม และอาจเกิดจากกำลังพลที่เพิ่งเข้าประจำการเหยียบกับระเบิดในพื้นที่โดยไม่ตั้งใจ
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจลุกลามกลายเป็นการปะทะ “รอบ 3” หลังไทยและกัมพูชาเคยเกิดการสู้รบครั้งใหญ่บริเวณชายแดนในเดือนกรกฎาคมและเดือนธันวาคม 2568 มีการใช้อาวุธหนัก ปืนใหญ่ จรวด และการโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่
แม้ขณะนี้ข้อตกลงหยุดยิงที่จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ยังคงมีผลบังคับใช้ แต่กำลังทหารของทั้งสองประเทศยังคงประจำอยู่ตามแนวชายแดน กระทรวงการต่างประเทศไทยยืนยันว่า กองกำลังไทยปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด โดยทั้งสองฝ่ายตกลงรักษาที่ตั้งกำลังเดิม และไม่เคลื่อนกำลังหรือลาดตระเวนเข้าใกล้ที่มั่นของอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่น่าจับตาไม่ได้มีเพียงเหตุระเบิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกล่าวหากันเรื่องการรุกล้ำพื้นที่ การเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อและเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล หลังไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจด้านพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลปี 2544 ขณะที่กัมพูชาเดินหน้ากระบวนการประนอมข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
นักวิเคราะห์มองว่า สิ่งที่อาจทำให้สถานการณ์ลุกลามไม่จำเป็นต้องเป็นคำสั่งเปิดฉากโจมตีจากรัฐบาลโดยตรง แต่อาจเริ่มจากเหตุเฉพาะหน้า เช่น การเหยียบกับระเบิด การเข้าใกล้พื้นที่พิพาท การเข้าใจผิดระหว่างหน่วยทหาร หรือการตอบโต้ข่าวสารที่รุนแรงขึ้น หากไม่มีช่องทางประสานงานที่รวดเร็ว เหตุการณ์ขนาดเล็กอาจขยายตัวจนควบคุมได้ยาก ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสองรอบก่อนหน้านี้
ถึงกระนั้น ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าไทยและกัมพูชากำลังเตรียมเปิดฉากการสู้รบรอบใหม่ โดยรัฐบาลไทยยังคงประกาศยึดแนวทางสันติ สนับสนุนการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคี และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาที่อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือทำลายบรรยากาศตามแนวชายแดน
สถานการณ์จึงอยู่ในระดับ “มีความเสี่ยงและต้องเฝ้าระวัง แต่ยังไม่ใช่สงครามรอบ 3” ปัจจัยสำคัญต่อจากนี้คือ ทั้งสองฝ่ายจะสามารถควบคุมกำลังทหาร สอบสวนเหตุการณ์อย่างโปร่งใส และรักษาช่องทางการเจรจาไว้ได้หรือไม่ เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นชนวนที่ทำให้ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาร้อนระอุอีกครั้ง